ฝึกเชาเชา

ฝึกเชาเชา ให้นิสัยดี รู้เรื่องมีวินัย

วิธีการเลี้ยง สุนัขเชา เชา ให้เชื่อง ฝึกสุนัขอย่างถูกต้องและไม่ให้มีนิสัยก้าวร้าว

สุนัข เชา เชา (Chow Chow) มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นสายพันธุ์น้องหมาที่ได้ความนิยมในยุโรปเป็นอย่างมากในสมัยพระนางวิกตอเรีย หมาพันธุ์นี้ สังเกตได้ง่ายๆ คือเรื่องของขนที่ฟูฟ่องน่ารักน่ากอด อันเป็นเอกลักษณ์ของน้องหมาสายพันธุ์นี้ ทำให้คนที่ชอบสุนัข มักหลงรักเชา เชา และด้วยนิสัยที่รักสงบ รักอิสระ ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก ซึ่งเค้าจะรักแต่เฉพาะเจ้าของที่เลี้ยงเค้าเท่านั้น ส่วนคนในครอบครัวคนอื่น ๆ จึงเหมือนแค่คนรู้จัก ซึ่งถ้าคนแปลกหน้า เข้ามาที่บ้าน อาจจะต้องรอสักระยะเพื่อให้น้องได้ทำความคุ้นเคย เรียกได้ว่า สุนัขเชา เชา เค้าเป็นหมาที่ไม่ค่อยเอาใครนอกจากเจ้าของเลยก็ว่าได้ และอีกหนึ่งเรื่อองคือ สุนัขพันธุ์เชาๆ บางตัวอาจจะมีนิสัยที่ดุมาก ๆ จนผู้เลี้ยงรับมือไม่ไหว ดังนั้นเจ้าของควรจะต้องรู้วิธีการฝึกฝนน้องหมา อย่างถูกหลักกนิด เพื่อไม่ให้มีนิสัยก้าวร้าว และถ้าจะฝึกให้ได้ผลเร็วต้องฝึกให้ถูกต้อง มีขั้นตอน

  1. ฝึก สุนัข เชา เชา ให้ซึมซับตั้งแต่ยังเด็ก
    การฝึกสุนัขพันธ์นี้ควร เริ่มฝึกตั้งแต่ อายุ 3-4 เดือน จะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่กำลังเริ่มมีพัฒนาการในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การมองเห็น และการดมกลิ่น สุนัข เชา เชา เขาจะจดจำสิ่งที่เราสอนได้ดี เริ่มฝึกจากการเดินเล่นโดยใช้สายจูงแบบไม่รัดคอน้องจนเกินไป แล้วค่อย ๆ เดินไปพร้อมกับน้อง พยายามให้น้องเดินอยู่ด้านซ้ายของเราเสมอ ถ้าน้องหันไปทิศทางอื่น ให้ดึงเชือกเบา ๆ ให้น้องหันมาในทิศที่ถูกต้อง ห้ามกระตุกเชือกแรง ๆ เด็ดขาด เพราะน้องจะจำฝังใจและเกิดการต่อด้านทันที ฝึกให้น้องเดินในทิศทางที่ถูกต้อง จนน้องรู้ทิศทางที่ควรเดินไปกับคุณ ครั้งต่อไปค่อยปล่อยให้น้องได้เดินเองอย่างอิสระ โดยใช้สายจูงแบบหย่อน ๆ
  2. เริ่มส่งเสริมพัฒนาการในวัยกำลังเติบโต

สุนัข เชา เชา ถ้าไม่ได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นสุนัขที่ดุ และก้าวร้าว ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเจ้าของและคนรอบข้างได้ ถ้าเขาถึงวัยในช่วงที่พร้อมรับรู้ทุกอย่างแล้ว เขาจะฝึกได้ง่ายและจดจำได้เร็ว โดยเฉพาะในช่วงอายุ 7-8 เดือน เป็นช่วงที่ สุนัข เชา เชา มีพัฒนาการดีที่สุด ดังนั้นเราควรเริ่มสอนการออกคำสั่ง โดยการใช้คำสั่งง่าย ๆ ก่อน เช่น

2.1) ฝึกให้เขาลุก-นั่ง ต้องหาของที่น้องชอบมาล่อ ยกของขึ้นสูงเพื่อให้น้องเหงนมองและอยากกระโดดคว้า แล้ววางของลงบนพื้นเพื่อให้น้องนั่งลง ทำเป็นสเต็บขึ้น-ลงครั้งละ 5-6 รอบ ในช่วงแรกทำวันละ 1 ครั้ง จนน้องเริ่มจดจำ แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนรอบ แล้วใช้มือยกขึ้น-ลง เพื่อออกคำสั่งแทนสิ่งของ แล้วน้องจะทำตามเราง่ายขึ้น เพราะความเคยชินจากการมองของขึ้น-ลงนั่นเอง

2.2) ฝึกการกระโดด สุนัข เชา เชา ชอบการวิ่งกระโดดโลดเต้นมาก ดังนั้นเราต้องฝึกให้เขากระโดดอย่างถูกต้อง และสั่งให้เขาหยุดได้ด้วย วิธีการคือ ให้วางหมอนข้างไว้ตรงกลางระหว่างน้องกับคุณ แล้วให้คุณนั่งลงฝั่งตรงข้าม จากนั้นยกของที่น้องชอบ ชูไปมาเพื่อหลอกล่อให้น้องข้ามมา เมื่อเขากระโดดข้ามมา แล้วคุณต้องรีบลุกขึ้นทันที จากนั้นชูของขึ้นเหนือหัว และใช้มืออีกข้างยกห้าม พร้อมกับออกเสียงพูดว่า “หยุด” ให้ทำไปเรื่อย ๆ จนน้องหยุดจริง ๆ แล้วให้ของรางวัลทุกครั้งที่น้องหยุดตามคำสั่ง แล้วน้องจะเชื่อฟังเจ้าของง่ายขึ้น ถ้าฝึกอยู่เป็นประจำ

2.3) ฝึกควบคุมการเห่า เมื่อคนแปลกหน้าเข้ามา สุนัข เชา เชา อาจจะเห่าได้เพราะไม่คุ้น ให้คุณฝึกโดยเรียกชื่อน้อง ทุกครั้งที่น้องเห่า เรียกชื่อน้องซ้ำ ๆ ถ้าน้องยังไม่หันมาหาเรา ให้คุณเดินเข้าไปหาน้อง แล้วค่อยๆ เข้าไปลูบบริเวณหัวไปมา เพื่อปลอบประโลมทำให้น้องรู้สึกปลอดภัย และให้ทำวิธีนี้ทุกครั้งที่น้องเริ่มเห่า อย่าลืมพูดชมเชยน้องทุกครั้ง ที่เค้าทำถูกต้อง เพราะน้องจะซึมซับความรักและความเอ็นดูจากคุณได้

 

  1. การฝึกระเบียบวินัยให้ สุนัข เชา เชา

     สุนัขพันธุ์นี้เป็นหมาที่รักสะอาดมากพันธุ์หนึ่ง แต่ก็ต้องฝึกสักนิดเพื่อความเคยชิน วิธีการ คือ หาที่ประจำให้เขาที่เขาต้องฉี่ หรือขับถ่ายได้ตลอดแม้ในเวลาที่คุณไม่สะดวกพาไป เช่น ผ้าปูรองฉี่ที่มีกระบะพลาสติกขอบตื้นวางอยู่ด้านล่าง พยายามสังเกตทุกครั้ง ว่าเขาไปฉี่ที่ไหน ในช่วงแรก ๆ ให้อุ้มเขามาตรงกระบะฉี่ก่อน แล้วพอน้องได้กลิ่นตำแหน่งเดิม ๆ รับรองได้เลยว่าน้องจะฉี่ที่เดิม ไม่เดินเพ่นพ่านไปฉี่รอบบ้านให้คุณต้องรำคาญใจแน่นอน เพราะ สุนัข เชา เชา จะจำกลิ่นตัวเองได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่คุณต้องซักผ้าปูให้น้องบ่อย ๆ และพยายามอย่าเปลี่ยนตำแหน่งที่วางผ้าปู เพราะน้องจะจดจำตำแหน่งได้เป็นอย่างดี

 

  1. การฝึกให้น้องเป็นผู้ตามที่ดี

                 สุนัข เชา เชา จะเห็นเจ้าของเป็นเหมือนเพื่อน น้องจึงอาจจะไม่กรงกลัวคุณเท่าไร ดังนั้นคุณแสดงออกว่าคุณเหนือกว่าเค้า แสดงความเป็นจ่าฝูงออกมา วิธีการคือ ค่อย ๆ เข้าไปเล่นกับเค้าแบบเนียน ๆ ถ้ามีจังหวะให้ใช้มือค่อย ๆ กุมบริเวณปาก แล้วบีบ นับ 1-5 วินาที แล้วค่อยปล่อย แต่ไม่ควรทำแรงมากเกินไป เพราะจะกลายเป็นการทำร้ายเขา ดังนั้นให้ทำเฉพาะเวลาที่เขาทำสิ่งผิดเท่านั้น เช่น รื้อทำลายข้าวของในบ้าน เหยียบบนโซฟา หรือทำร้ายคนในบ้าน อย่าลืมทำสียงดุให้เขารู้สึกเกรงขามด้วย เช่น หยุด!, อย่าทำอีกอีกน่ะ!, ห้ามทำอีกน่ะ! เป็นต้น เพราะถึงแม้จะรักน้องแค่ไหน ก็ต้องมีการตักเตือนกันบ้าง เพื่อให้น้องไม่ก้าวร้าวจนเกินไป

สุนัข เชา เชา เป็นพันธุ์ที่สามารถฝึกได้ ถ้าคุณเริ่มได้เร็วและทำถูกต้องตามขั้นตอน คุณก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีมาก เพราะน้องจะทั้งรักและซื่อสัตย์กับคุณ ที่สำคัญจากภาพลักษณ์ที่ดูก้าวร้าวของ สุนัข เชา เชา อาจจะกลายเป็นน้องหมาขนปุยที่แสนอ่อนโยนก็เป็นได้ และไม่ทำให้เจ้าของต้องปวดหัวอีกต่อไป!

*********************************************************************************************

วิธีการแสดงว่าเราเหนือกว่า
ให้เราบีบปากสุนัขด้วยมือย่างระมัดระวังแล้วปล่อยมือ ก็เป็นอีกวิธีในการแสดงความเหนือกว่าของคุณต่อสุนัข และเป็นการเสริมความน่าเกรงขามให้กับตำแหน่งหัวหน้าฝูงให้คุณได้ดี ทุกคนในครอบครัวควรเข้าใจตรงกันว่า สุนัขอยู่ในสถานะที่เป็นน้องเล็กที่สุดของบ้าน ไม่ใช่เจ้านายและควรปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สุนัขของคุณแสดงความเหิมเกริมและอยากเป็นใหญ่ ไม่ควรให้อนุญาตให้สุนัขขึ้นมานั่งบน โซฟาหรือนอนบนเตียงโดยที่คุณไม่ได้อนุญาตอย่างเด็ดขาด

ส่วนการที่เค้าเห็นขาใครต่อใครในครอบครัวคุณ เป็น “สุนัขตัวเมีย” ก็เกิดขึ้นได้บ่อย แต่ไม่ได้แสดงว่าสุนัขของคุณ เค้ามีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดๆหรอก แต่สำหรับเขามันคือการแสดงความ “มีอำนาจเหนือกว่า”ต่างหาก แม้แต่สุนัขตัวเมีย ก็ตามหากทำอย่างนี้จะถือว่าเป็นการกระทำที่แสดงออกต่อสุนัขตัวที่มีตำแหน่งต่ำกว่า ดังนั้นคุณอย่าไปปล่อยให้พฤติกรรม แบบนี้เกิดขึ้นกับเค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสุนัขแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับลูกๆของคุณ ให้พูดกับเค้าเสียงแข็งๆว่า “ไม่!” แต่หากยังเกิดพฤติกรรมแบบนี้ขึ้นอีก ก็ให้แสดงความเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าฝูงของเค้าด้วยการจับเค้านอนตะแคง แล้วกดคอเค้าไว้ด้วยมืออย่างที่กล่าวมาข้างต้น

คุณควรจะเริ่มวิธีการนี้เสียตั้งแต่แรกๆ สามารถเริ่มได้ทันทีที่เค้าเข้ามาอยู่ในบ้านคุณใหม่ๆ และเริ่มคุ้นเคยแล้ว เพื่อที่ลูกสุนัขเล็กๆที่น่ารักของคุณได้เติบโตขึ้นมา เป็นสุนัขที่มีเสน่ห์และนิสัยดีในอนาคต

และแน่นอนว่าการแก้ไขความประพฤติที่ไม่ถูกต้องที่เค้าทำจนเคยชินแล้ว จะยากกว่าการสอนเค้าตั้งแต่ต้น เป็นไหนๆ สุนัขตัวที่ไม่ได้รับการสอนจากคุณมาตั้งแต่ต้นนั้นจะเป็นปัญหาแน่เมื่อเค้าอายุได้สักปีหรือสองปี ท้ายที่สุด พวกเค้าจะต้องลงเอยในสถานสงเคราะห์สัตว์หรือที่แย่กว่านั้น อาจต้องโดนกำจัดทิ้ง ถ้าเขากลายมาเป็นสุนัขที่จ้องจะ เข้าคุกคามและเป็นอันตรายต่อคน อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากคุณได้เริ่มฝึกฝนเค้าอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เค้ายังเล็กๆ

วิธีแบบโบราณที่จะให้สุนัขเชื่อฟังก็คือการเฆี่ยนตี แต่โชคดีที่การทารุณสัตว์แบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว คุณทราบไหมว่า สุนัขที่ถูกตีนั้นจะอยู่อย่างเป็นทุกข์และจะสามารถกัดหรือทำร้ายคนได้เมื่อเค้ารู้สึกกลัว พวกเค้าจะไม่มีความมั่นใจในมนุษย์ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรกระทำต่อสุนัขของคุณนั้นก็คือการให้ความสนใจเค้า ชมเชยเค้า และรักเค้าอยู่เสมอ

อย่าลืมว่าไม่เพียงสุนัขเท่านั้นที่ต้องเรียนรู้ ตัวคุณเองก็ต้องเรียนรู้เช่นกันว่าคุณควรต้องทำอะไร เพื่อให้สุนัขเข้าใจว่า เขาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงเป็นการเหมาะสม

การฝึกสุนัขควรเริ่มฝึกตั้งแต่เมื่อไหร่
สุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกอาจกลายเป็นสุนัขก้าวร้าวและเป็นอันตรายกับเจ้าของได้ เจ้าของควรเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่ยังเล็กๆจะง่ายกว่า โดยฝึกให้คุ้นเคยกับการรับคำสั่ง การเดินโดยใช้สายจูง การเล่นเกม สุนัขที่ได้รับการฝึกตั้งแต่เล็กถ้าพฤติกรรมที่ไม่ดีตอนโตจะแก้ไขได้ง่ายกว่าสุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง

ควรเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่เมื่อไหร่
คุณไม่ควรจริงจังกับการฝึกสุนัขมากนัก ถ้าสุนัขอายุยังไม่ถึง 7-8 เดือน นักจิตวิทยาสัตว์บางคนบอกว่า ลูกสุนัขบางตัวสามารถเริ่มฝึกได้เมื่ออายุตั้งแต่ 7 สัปดาห์ แล้วเทคนิคต่าง ๆ ค่อย ๆ สอนภายหลัง แต่ จริง ๆ แล้วเรื่องของเทคนิคต่าง ๆ ปล่อยให้นักฝึกสุนัขอาชีพเป็นผู้ฝึกดีกว่า ขณะที่ลูกสุนัขของคุณยังอยู่ในช่วงต้น ๆ ของความเป็นลูกสุนัข ตั้งใจเอาชนะใจมันให้ได้ มันจะรักและนับถือคุณ การฝึกพื้นฐานจะเริ่มได้เมื่ออายุ 3-4 เดือน ช่วงอายุนี้ควรฝึกให้เดินสวยขณะที่คุณจูง นั่ง นอน ตามคำสั่ง และเข้ามาหาคุณเวลาคุณเรียกมัน

คุณควรมีส่วนในการฝึก
คุณต้องมีความอดทนในการชี้แจงให้สุนัขเข้าใจว่าแต่ละคำที่คุณออกคำสั่งนั้นหมายถึงอะไร ทำมันด้วยมือหรือเชือกจูงสำหรับฝึกก่อน ทำให้มันแน่ใจในคำสั่งด้วยเสียงของคุณ สอนมันเป็นประจำทุกวันถึงสิ่งที่คุณต้องการจะให้มันรู้ ทบทวนคำสั่งพร้อมกับแสดงอาการประกอบ สาธิตให้มันดูซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้สุนัขได้มีโอกาสรับรู้จดจำไว้
เมื่อมันเริ่มเรียนรู้ให้ใช้เพียงคำพูดเป็นคำสั่งโดยไม่ต้องออกท่าทาง จ้ำจี้จ้ำไชกับมันบ่อย ๆ เมื่อมันทำผิดก็แก้ไขมันมันถูก แรก ๆ ก็ใจดีกับมันก่อน แล้วค่อย ๆ เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าของการฝึก อย่าหมดความอดทนหรือฉุนเฉียวเสียก่อน อย่าตีมันด้วยมือหรือเชือกจูงขณะที่ฝึก เพียงแค่คุณดุมันหรือว่ามันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว

 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest
อาหารเชาเชา

โภชนาการอาหารน้องหมา ที่ดีต่อสุขภาพ

อาหารประเภทไหน?
โดยทั่วไปแล้วอาหารลูกสุนัขนั้นมีโปรตีนสูงและอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุและไขมันที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตนั่นคือเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารสุนัขที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายเดียวกัน ยังคงส่วนผสมในแบรนด์สามารถแตกต่างกันมาก อาหารลูกสุนัขในเชิงพาณิชย์จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสารอาหารของ AAFCO (สมาคมเจ้าหน้าที่ควบคุมการให้อาหารสัตว์อเมริกัน) สำหรับการเจริญเติบโตและหลาย บริษัท ดำเนินการเหนือกว่ามาตรฐานเหล่านั้นทดสอบผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสนับสนุนการพัฒนาลูกสุนัข

ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำตามมาตรฐานสารอาหารขั้นต่ำเท่านั้น ในกรณีส่วนใหญ่คุณจะได้รับสิ่งที่คุณจ่ายไป พบส่วนผสมที่มีคุณภาพต่ำกว่าในแบรนด์ที่ถูกกว่าในขณะที่พันธุ์“ พรีเมี่ยม” และ“ ประสิทธิภาพ” รวมถึงส่วนผสมที่มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อการย่อยที่ดีขึ้น

ซื้อ “อาหารลูกสุนัข”มีแนวโน้มที่จะได้รับสารอาหารเพิ่มเติมที่ลูกสุนัขต้องการจนกว่าเขาจะโตเต็มที่ (ขอสัตว์แพทย์ของคุณสำหรับแนวทางในการที่อาจ – สุนัขตัวเล็กแน่นอนเร็วกว่าสุนัขใหญ่) อาหารปกติที่มีข้อความ“ สำหรับทุกช่วงชีวิต” ก็ดีเช่นกัน

พิจารณาอาหารสายพันธุ์สูตร สูตรลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ช่วยให้ลูกโตมีอัตราการเติบโตทีละน้อยพอที่จะมีเวลาในการพัฒนากระดูกและข้อต่อ สูตรพันธุ์เล็กให้คุณค่าทางโภชนาการที่เข้มข้นใน kibbles ขนาดเล็กกัดที่ตอบสนองความต้องการการเผาผลาญสูงของลูกสุนัขขนาดเล็ก และใช่สูตรกลางสายพันธุ์มีจุดมุ่งหมายในระหว่าง หากคุณไม่สามารถหาอาหารสูตรผสมได้ก็ไม่เป็นไร

เท่าไหร่
ลูกสุนัขต้องกินเยอะ – และไม่มากเกินไป คุณควรจะรู้สึก แต่ไม่เห็นซี่โครงของพวกเขาและพวกเขาควรมีเอวที่มองเห็นได้เมื่อคุณดูที่ นี่เป็นเรื่องจริงสำหรับลูกสุนัขทุกสายพันธุ์ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

โดยทั่วไปคุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่ด้านหลังถุงอาหารสุนัขและปรับขึ้นหรือลงตามความอยากอาหารและสภาพร่างกายของลูกสุนัข

เมื่อ?
เมื่ออายุประมาณแปดถึง 12 สัปดาห์ลูกสุนัขของคุณอาจกินอาหารวันละสามถึงสี่ครั้ง เขาไม่ต้องกินหลายครั้ง ถ้ามันเหมาะกับตารางเวลาของคุณที่จะเลี้ยงเขาวันละสองครั้งเพียงแบ่งปริมาณอาหารที่คุณปกติให้เป็นสองมื้อแทนที่จะเป็นสามหรือสี่มื้อ

หลังจากเขาอายุได้หกเดือนคุณสามารถ – และ – ควรลดจำนวนมื้อที่คุณให้อาหารเขาเป็นสองมื้อ เริ่มลดปริมาณอาหารที่เขาได้รับเช่นกันปฏิบัติตามแนวทางที่ได้รับจากผู้ผลิตอาหารโดยปรับตามต้องการ หากคุณให้อาหารมากเกินไปสุนัขส่วนใหญ่จะแจ้งให้คุณทราบโดยทิ้งไว้ในชามของเขา

ข้อควรพิจารณาของลูกสุนัข
ใหญ่สายพันธุ์ลูกสุนัขจำเป็นต้องช้าเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อช่วยป้องกันปัญหากระดูกเช่นสะโพก dysplasia เลี้ยงด้วยอาหารที่ออกแบบมาสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรืออาหารสำหรับสุนัขโต ไม่ว่าอาหารที่คุณเลือกไม่ควรเน้นระดับโปรตีนไขมันและแคลอรี่มากเกินไป
สายพันธุ์เล็ก แต่อ้วนเช่นดัชชุนด์ยังต้องการอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำกว่าอาหารลูกสุนัขส่วนใหญ่เพราะพวกมันยังมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นสะโพก
ให้อาหารสุนัขของคุณตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวันแทนที่จะปล่อยให้อาหารออกมาตลอดเวลาเพื่อให้เขาเรียนรู้ตาราง ข้อยกเว้นเป็นสายพันธุ์เล็ก ๆ เช่นChihuahuasที่สามารถมีแนวโน้มที่จะภาวะน้ำตาลในเลือด (น้ำตาลในเลือดต่ำ) พวกเขาควรจะมีอาหารพร้อมที่จะตอด
ห้ามเลี้ยงลูกสุนัขของคุณจากโต๊ะ มันส่งเสริมให้ขอทานเท่านั้น ทุกคนในครอบครัวต้องปฏิบัติตามกฎนี้

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest
วิธีดูแลเมื่อซื้อสุนัข มาเลี้ยงที่บ้าน

วิธีดูแลเมื่อซื้อสุนัข มาเลี้ยงที่บ้าน

  1. การปรับตัวของลูกสุนัข ลูกสุนัขที่นำมาเลี้ยงควรมีอายุ 1.5-3 เดือนตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น สุนัขอายุแค่นี้ถือได้ว่ายังเด็กอยู่ เวลาที่ลูกสุนัขมาถึงบ้านท่าน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งใหม่ “บ้านใหม่” ที่ลูกสุนัขไม่คุ้นเคย ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ครั้งแรกที่ท่านอุ้มแล้ววางลูกสุนัขลงบนพื้นบ้าน ลูกสุนัขอาจจะ ไม่เดิน อาจคลาน หมอบ ปล่อยให้ลูกสุนัขอยู่ตามลำพังสักระยะหนึ่ง เพราะลูกสุนัขอาจยังมีอาการเมารถหรือตื่นกลัวกับการเดินทางครั้งแรกอยู่ ควรเตรียมหาน้ำและอาหารไม่ต้องมากนักมาไว้ใกล้ๆ ตัวลูกสุนัข เพราะหลังจากที่เริ่มคุ้นเคย ลูกสุนัขจะเริ่มออกเดิน การที่มีน้ำและอาหารไว้พร้อมมันก็เป็นสิ่งเสมือนบอกให้ลูกสุนัขตัวน้อยๆ ตัวนั้นอุ่นใจได้ว่าบ้านใหม่แห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์มีอาหาร มีน้ำ และมีความรักความอบอุ่นให้แก่ตัวเขา 

    ในกรณีที่บ้านท่านมีสัตว์เลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว จะทำอย่างไร เวลาที่มีลูกสุนัขตัวใหม่มาถึงบ้าน ถ้าหากมีสัตว์เลี้ยงอยู่ก่อนเป็นลูกสุนัขเหมือนกัน ก็ไม่ค่อยมีปัญหา ปล่อยให้สุนัขทักทายกัน ไม่เกิน1 ชั่วโมงลูกสุนัขจะวิ่งเล่นด้วยกัน ในกรณีที่เป็นลูกแมว อันนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะถ้าสัตว์ยังเล็กอายุยังน้อย ความก้าวร้าวในจิตใจยังไม่เกิด สามารถนำมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นด้วยกันได้ เพียงแต่ตอนแรกต้องสังเกตดูว่าลูกแมวตื่นกลัวมากไหม ค่อยๆ นำทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน ให้สัมผัสดมกัน แมวจะได้หายระแวงและเกิดการไว้ใจ ในกรณีที่ท่านเลี้ยงสุนัขโตไว้ก่อนแล้ว ท่านควรจะสังเกตดูพฤติกรรมของสุนัขอย่างใกล้ชิด บางตัวอาจจะเห่าสมาชิกใหม่ หรือไม่ก็เดินเข้ามาดมแล้ววิ่งหนีไป พฤติกรรมเช่นนี้จะค่อยๆ หมดไปเพราะสุนัขจะปรับตัวได้เอง สุนัขเด็กๆ ส่วนมากจะไม่ถูกทำร้ายหรอก เพราะแค่ถูกขู่มันก็จะล้มตัวลงนอนหงายท้องให้ตัวที่แข็งแรงกว่ายืนค่อม นั่นล่ะเป็นข้อตกลงของสุนัข แสดงว่ามัน “ยอมแพ้” อย่างไม่คิดจะสู้ แต่บางกรณีก็ต้องระวังเหมือนกัน สุนัขบางพันธุ์ที่ดุมาก ๆ อาจจะไม่ยอมรับเพื่อนใหม่ ท่านคงต้องใช้โซ่บังคับควบคุมสั่งสอนเขา ในกรณีที่เป็นแมวโตแล้วเวลาเจอลูกสุนัขตัวใหม่อาจจะหนีแล้วเฝ้าสังเกตดู แมวโตอาจจะไม่ค่อยไว้ใจ ต้องคอยดูอยู่ใกล้ ๆ เพราะถ้าแมวเกิดโมโห กางเล็บตบใส่เจ้าลูกสุนัขตัวใหม่ล่ะก็ คาดว่าอนาคตมีแนวโน้มจะเกิดสงครามย่อยๆ ในบ้านท่านแน่ 
  2. การฝึกให้ลูกสุนัขกินอาหาร ท่านควรจะฝึกให้ลูกสุนัขกินอาหารเป็นที่ สถานที่ที่ให้อาหารควรเป็นที่เดิมไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ถ้าท่านใช้วิธีให้อาหารเป็นช่วงเวลา ควรจะให้ตรงเวลาที่เคยให้ลูกสุนัขกิน เพราะการกระทำเหล่านี้ถ้าท่านทำเป็นประจำลูกสุนัขจะจดจำไว้ว่าเวลานี้นะต้องกินอาหารและต้องมา ณ สถานที่นี้จะมีอาหารอยู่ ซึ่งท่านเจ้าของควรจะกินอาหารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจึงจะไปให้อาหารแก่สุนัข เพราะการทำเช่นนี้จะเปรียบเสมือนท่านเป็นนายเป็นหัวหน้าที่ต้องกินอาหารก่อน แล้วลูกฝูงคือตัวสุนัขถึงจะมีสิทธิ์ได้กิน มันจะเป็นการเตือนให้สุนัขเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าท่านไปเอาอกเอาใจสุนัขท่านมากไป วันหนึ่งลูกสุนัขอาจจะคิดว่าตัวเค้าเก่งและเหนือกว่าท่าน พอถึงเวลาก็จะได้กินอาหาร กินก่อนใครในบ้าน ลูกสุนัขจะเสียนิสัยได้ โตขึ้นอาจจะดุร้ายและทำร้ายท่านเมื่อเวลาที่ไม่พอใจ ปัญหาเช่นนี้พบได้บ่อยครั้ง ถ้าท่านเลี้ยงลูกสุนัขหลายๆ ตัว ต้องสังเกตว่าตัวไหนที่แข็งแรง และเป็นหัวโจกต้องให้อาหารแก่ลูกสุนัขตัวนั้นก่อน เพราะถ้าขืนให้ตัวที่อ่อนแอก่อนอาหารก็จะถูกแย่ง ดีไม่ดีเจ้าตัวเล็กจะถูกทำร้ายเอาด้วย เอาเป็นว่าท่านเจ้าของต้องเข้าใจว่าสุนัขจะมีการจัดลำดับชั้นแต่ละตัวในฝูงของเค้าเอง 
  3. การฝึกให้ลูกสุนัขขับถ่ายให้เป็นที่ เป็นสิ่งที่ทุกท่านปรารถนา เพราะคงไม่มีใครอยากให้บ้านเลอะเทอะสกปรกเต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะของสุนัข การสอนให้ลูกสุนัขขับถ่ายเป็นที่นั้นควรฝึกตั้งแต่สุนัขยังเด็ก คืออายุ 1.5 – 4 เดือนนี่ล่ะกำลังเหมาะ ลูกสุนัขปกติแล้วจะถ่ายอุจจาระและปัสสาวะครั้งแรกคือตอนเช้า พอมันตื่นนอนมาสักพักก็จะวิ่งหาที่ปลดทุกข์ วันแรกๆ ยุ่งหน่อย ท่านอาจจะต้องตื่นเช้ากว่าลูกสุนัข ให้ท่านจับลูกสุนัขลงมาที่สนามหญ้า เค้าอาจจะงงงันเสียสักพักแล้วก็จะลุกเดิน ผมเคยจับเวลาประมาณไม่เกิน 15 นาที ลูกสุนัขจะเดินและหยุดฉี่หรือไม่บางตัวก็จะถ่ายอุจจาระเลย หลังจากที่ลูกสุนัขทำการขับถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจจะเอากลับเข้าไปในบ้านก็ได้ หรือปล่อยให้ลูกสุนัขได้วิ่งเล่นที่บริเวณบ้าน พอสายๆ ท่านต้องให้อาหารเช้าแก่ลูกสุนัข ช่วงเวลาหลังจากที่ลูกสุนัขกินอาหารอิ่ม ก็จับลูกสุนัขไปที่สนาม หญ้าที่เดิมเหมือนเมื่อเช้า ทิ้งให้อยู่ที่นั่นประมาณครึ่งชั่วโมงลูกสุนัขก็จะขับถ่ายอีก ท่านต้องพาลูกสุนัขไปที่สนามหญ้าที่เดิม หลังจากที่ลูกสุนัขกินอาหารอิ่มทุกครั้ง รอให้ถ่ายอุจจาระเรียบร้อยแล้วจึงพาลูกสุนัขเข้าบ้านได้ เวลาพาไปท่านอาจจะหาอุปกรณ์ไปเล่นเกมสนุกกับลูกสุนัขด้วยก็จะดี และที่สำคัญ ก่อนนอนท่านควรปล่อยให้ลูกสุนัขไปถ่ายอีกครั้งจะเป็นการดี ทำอย่างนี้ประมาณสัก 7 วันติดต่อกันลูกสุนัขก็จะเข้าใจแล้วว่าจะต้องขับถ่ายตรงไหน มีบางท่านถามผมว่าที่บ้านไม่มีบริเวณสนามจะให้สุนัขถ่ายตรงไหนดี ถ้าไม่มีสนามคงต้องหาบริเวณใดบริเวณหนึ่งภายในบ้านแล้วให้สุนัขถ่าย ทำอย่างเดียวกับวิธีแรก แต่ดัดแปลงไปใช้ในห้องแทน ถ้าท่านกลัวสกปรกท่านอาจจะใช้กระดาษปูรองก่อนถึงนำลูกสุนัขเข้าไปในห้องนั้น วันแรกคงต้องปูกระดาษเป็นบริเวณกว้างหน่อยโดยสังเกตลูกสุนัขดู ในขณะที่ลูกสุนัขเบ่งอุจจาระแล้วไม่ตรงบริเวณที่ท่านรองกระดาษไว้ท่านต้องรีบทำเสียงดุก่อนเพื่อให้รู้ว่าตรงนั้นไม่ใช่ที่ถ่าย แล้วจับมันเลื่อนเข้าไปถ่ายในบริเวณกระดาษที่ปูไว้ พอลูกสุนัขถ่ายเสร็จท่านก็ควรรีบเก็บกระดาษที่เลอะอุจจาระและปัสสาวะเสียก่อน เพราะเดี๋ยวลูกสุนัขมันจะแทะเล่น ท่านเจ้าของที่ใช้กระดาษปูให้ลูกสุนัขถ่ายต้องช่างสังเกตด้วยว่ามุมไหนในห้องที่ลูกสุนัขมันชอบถ่าย เราก็ไปปูตรงนั้น พอลูกสุนัขมันถ่ายบนกระดาษดีแล้ว ท่านก็เก็บกระดาษขึ้น ปูรองให้น้อยลงๆ จนท้ายที่สุดลูกสุนัขจะถ่ายบนกระดาษใบเดียวจริงๆ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ท่านต้องใจเย็นค่อยๆ ฝึกสุนัขทุกตัวมันจะไม่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะในบริเวณที่มันนอน นอกเสียจากว่ามันจะกลั้นไม่ไหวจริง ๆ ฉะนั้นตรงนี้ท่านสามารถฝึกได้โดยไม่ยาก 
  4. การตั้งชื่อให้ลูกสุนัข ชื่อของสุนัขนั้นควรเป็นคำสั้นๆ แค่ 1-2 พยางค์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ได้ไม่สำคัญ แต่อย่าตั้งชื่อซ้ำๆ กับคำสั่งที่เราจะสั่ง และอย่าตั้งชื่อยาวเกินไป เพราะสุนัขจะจดจำยาก อีกอย่างหนึ่ง เวลาเลี้ยงสุนัขหลายตัวอย่าตั้งชื่อใกล้เคียงกัน เพราะสุนัข จะสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เช่นชื่อ บีหนึ่ง กับบีสอง ชื่อซ้ำกันอย่างนี้ถือได้ว่าไม่ดี เทคนิคการเรียกชื่อให้ลูกสุนัขจำได้ไวอาจจะต้องใช้ขนมล่อ หรือการเดาะปาก จะได้เป็นที่สนใจของลูกสุนัขตามเสียงเรียกนั้นๆ 
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest
ดูแลขนเชาเชา ยังไง

ดูแลขนเชาเชา ยังไง

Chows สามารถมีสองเสื้อชนิดหยาบและเรียบ เสื้อโค้ทหยาบซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เคยเห็นมีความหนาและอุดมสมบูรณ์ยืนอยู่ห่างจากร่างกายเหมือนเสื้อคลุม ภายใต้เสื้อโค้ทด้านนอกนั้นมีขนนุ่มหนาและหนาอยู่ด้านล่าง ผมหนารอบศีรษะและคอก่อสร้อยหรือแผงคอ หางที่อยู่ด้านหลังก็มีขนหนาเช่นกัน

Chow Chow เคลือบผิวเรียบมีขนด้านนอกหนาทึบแน่นไม่มีขนหรือขนที่เห็นได้ชัด (ขนบนหูขาหางหรือลำตัวอีกต่อไป)

ในทั้งสองประเภทเสื้อมีห้าสี: สีแดง (ซึ่งอาจมีตั้งแต่แสงสีทองไปจนถึงมะฮอกกานีลึก) สีดำ, สีฟ้า, อบเชย (สีน้ำตาลแกมเหลืองอ่อนไปจนถึงสีแดงเข้ม) และครีม สีเหล่านี้อาจเป็นของแข็งหรือทึบด้วย shadings เบาใน ruff หางและขนนก

หากคุณกำลังซื้อลูกสุนัขอย่าได้จ่ายเงินมากขึ้นกับสีที่หายากหรือแปลกใหม่ นักเพาะพันธุ์บางคนอธิบายสีสุนัขของพวกเขาว่าเป็นแชมเปญ, เงิน, ม่วง, ช็อคโกแลตหรือสีขาว แต่นี่เป็นเพียงชื่อแฟนซีสำหรับสีปกติ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสำหรับพวกเขาและผู้เพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียงจะไม่พยายามคิดค่าธรรมเนียม

คาดว่าจะแปรง Chow Chow ของคุณสามครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้เสื้อโค้ทอยู่ในสภาพที่ดีและเพื่อให้ผมหลวมจากการลงบนเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ Chow Chows เป็น shedders ตามฤดูกาลอย่างหนักและเสื้อโค้ทต้องการความสนใจเป็นพิเศษในเวลานั้น พวกมันไม่มีกลิ่นของสุนัขหากแปรงขนบ่อย ๆ

สำหรับการแปรงคุณจะต้องใช้หวีสแตนเลสแบบ Greyhound ที่มีฟันหยาบปานกลาง แปรงสลิกเกอร์ขนาดกลางสำหรับขา แปรงขนาดกลางสำหรับเสื้อโค้ทตัวยาว และขวดสเปรย์ปรับอากาศครีมบำรุงปรับลดสำหรับการเคลือบเสื้อขณะที่คุณแปรง ห้ามแปรงขนแห้งหรือขนแตก แปรงลงไปจนถึงผิวหนังหรือคุณอาจจะพลาดเสื่อและพันกัน

คุณอาจต้องการอาบน้ำ Chow ของคุณอย่างน้อยทุกเดือน – บ่อยขึ้นถ้าเขาเล่นข้างนอกบ่อยและสกปรก

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการกรูมมิ่งอื่น ๆได้แก่ สุขอนามัยทันตกรรมและการดูแลเล็บ แปรงฟันของเชาเชาอย่างน้อยสองหรือสามครั้งต่อสัปดาห์เพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียและคราบหินปูน ทุกวันดีกว่า ตัดเล็บของเขาตามต้องการอาจจะเดือนละครั้งหรือสองครั้ง หากคุณได้ยินเสียงเล็บคลิกที่พื้นมันยาวเกินไป เล็บสั้นให้เท้าอยู่ในสภาพดีและป้องกันไม่ให้น้ำตาไหลเจ็บปวด

เริ่มกรูมมิ่ง Chow ของคุณเมื่อเขาเป็นลูกสุนัขเพื่อให้เขาชินกับมัน จัดการอุ้งเท้าของเขาบ่อยๆ – สุนัขมีความรู้สึกเฉียดเท้าและมองเข้าไปในปากและหูของเขา ทำให้กรูมมิ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เต็มไปด้วยการยกย่องและรางวัลและคุณจะวางรากฐานสำหรับการสอบสัตวแพทย์ง่ายและการจัดการอื่น ๆ เมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest
315571_1997653827784_1436651630_31653302_178531326_n

การให้อาหารน้องเชาเชา

การให้อาหาร
จำนวนที่แนะนำต่อวัน: 2 ถึง 2 3/4 ถ้วยของอาหารสุนัขที่มีคุณภาพสูงทุกวันแบ่งออกเป็นสองมื้อ

เท่าใดสุนัขที่โตเต็มวัยของคุณจะขึ้นอยู่กับขนาดอายุรูปร่างการเผาผลาญและระดับกิจกรรมของเขา สุนัขเป็นบุคคลเช่นเดียวกับผู้คนและพวกเขาไม่ต้องการอาหารในปริมาณเท่ากัน เกือบจะเป็นไปได้โดยไม่บอกว่าสุนัขที่มีความกระตือรือร้นสูงจะต้องการมากกว่าสุนัขมันฝรั่งที่นอน คุณภาพของอาหารสุนัขที่คุณซื้อนั้นสร้างความแตกต่าง – ยิ่งอาหารสุนัขดีขึ้นเท่าไหร่มันจะยิ่งช่วยบำรุงสุนัขของคุณได้มากขึ้นเท่านั้นและยิ่งน้อยไปกว่านั้นคุณจะต้องเขย่าชามสุนัขของคุณ

รักษาเชาเชาของคุณให้อยู่ในสภาพดีโดยการวัดอาหารของเขาและให้อาหารเขาวันละสองครั้งแทนที่จะทิ้งอาหารไว้ตลอดเวลา หากคุณไม่แน่ใจว่าเขามีน้ำหนักเกินหรือไม่ให้ทดสอบสายตาและทดสอบมือ ก่อนอื่นดูที่เขา คุณควรจะเห็นเอว จากนั้นวางมือลงบนหลังของเขาใช้นิ้วโป้งไปตามกระดูกสันหลัง คุณควรจะรู้สึก แต่ไม่เห็นซี่โครงของเขาโดยไม่ต้องกดแรง ๆ ถ้าคุณทำไม่ได้เขาต้องการอาหารน้อยลงและออกกำลังกายมากขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวอาหาร Chow ของคุณให้ดูแนวทางของเราสำหรับการซื้ออาหารที่เหมาะสม , การให้อาหารลูกสุนัขของคุณและให้อาหารสุนัขผู้ใหญ่ของคุณ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest