วิธีดูแลเมื่อซื้อสุนัข มาเลี้ยงที่บ้าน

วิธีดูแลเมื่อซื้อสุนัข มาเลี้ยงที่บ้าน

  1. การปรับตัวของลูกสุนัข ลูกสุนัขที่นำมาเลี้ยงควรมีอายุ 1.5-3 เดือนตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น สุนัขอายุแค่นี้ถือได้ว่ายังเด็กอยู่ เวลาที่ลูกสุนัขมาถึงบ้านท่าน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งใหม่ “บ้านใหม่” ที่ลูกสุนัขไม่คุ้นเคย ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ครั้งแรกที่ท่านอุ้มแล้ววางลูกสุนัขลงบนพื้นบ้าน ลูกสุนัขอาจจะ ไม่เดิน อาจคลาน หมอบ ปล่อยให้ลูกสุนัขอยู่ตามลำพังสักระยะหนึ่ง เพราะลูกสุนัขอาจยังมีอาการเมารถหรือตื่นกลัวกับการเดินทางครั้งแรกอยู่ ควรเตรียมหาน้ำและอาหารไม่ต้องมากนักมาไว้ใกล้ๆ ตัวลูกสุนัข เพราะหลังจากที่เริ่มคุ้นเคย ลูกสุนัขจะเริ่มออกเดิน การที่มีน้ำและอาหารไว้พร้อมมันก็เป็นสิ่งเสมือนบอกให้ลูกสุนัขตัวน้อยๆ ตัวนั้นอุ่นใจได้ว่าบ้านใหม่แห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์มีอาหาร มีน้ำ และมีความรักความอบอุ่นให้แก่ตัวเขา 

    ในกรณีที่บ้านท่านมีสัตว์เลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว จะทำอย่างไร เวลาที่มีลูกสุนัขตัวใหม่มาถึงบ้าน ถ้าหากมีสัตว์เลี้ยงอยู่ก่อนเป็นลูกสุนัขเหมือนกัน ก็ไม่ค่อยมีปัญหา ปล่อยให้สุนัขทักทายกัน ไม่เกิน1 ชั่วโมงลูกสุนัขจะวิ่งเล่นด้วยกัน ในกรณีที่เป็นลูกแมว อันนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะถ้าสัตว์ยังเล็กอายุยังน้อย ความก้าวร้าวในจิตใจยังไม่เกิด สามารถนำมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นด้วยกันได้ เพียงแต่ตอนแรกต้องสังเกตดูว่าลูกแมวตื่นกลัวมากไหม ค่อยๆ นำทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน ให้สัมผัสดมกัน แมวจะได้หายระแวงและเกิดการไว้ใจ ในกรณีที่ท่านเลี้ยงสุนัขโตไว้ก่อนแล้ว ท่านควรจะสังเกตดูพฤติกรรมของสุนัขอย่างใกล้ชิด บางตัวอาจจะเห่าสมาชิกใหม่ หรือไม่ก็เดินเข้ามาดมแล้ววิ่งหนีไป พฤติกรรมเช่นนี้จะค่อยๆ หมดไปเพราะสุนัขจะปรับตัวได้เอง สุนัขเด็กๆ ส่วนมากจะไม่ถูกทำร้ายหรอก เพราะแค่ถูกขู่มันก็จะล้มตัวลงนอนหงายท้องให้ตัวที่แข็งแรงกว่ายืนค่อม นั่นล่ะเป็นข้อตกลงของสุนัข แสดงว่ามัน “ยอมแพ้” อย่างไม่คิดจะสู้ แต่บางกรณีก็ต้องระวังเหมือนกัน สุนัขบางพันธุ์ที่ดุมาก ๆ อาจจะไม่ยอมรับเพื่อนใหม่ ท่านคงต้องใช้โซ่บังคับควบคุมสั่งสอนเขา ในกรณีที่เป็นแมวโตแล้วเวลาเจอลูกสุนัขตัวใหม่อาจจะหนีแล้วเฝ้าสังเกตดู แมวโตอาจจะไม่ค่อยไว้ใจ ต้องคอยดูอยู่ใกล้ ๆ เพราะถ้าแมวเกิดโมโห กางเล็บตบใส่เจ้าลูกสุนัขตัวใหม่ล่ะก็ คาดว่าอนาคตมีแนวโน้มจะเกิดสงครามย่อยๆ ในบ้านท่านแน่ 
  2. การฝึกให้ลูกสุนัขกินอาหาร ท่านควรจะฝึกให้ลูกสุนัขกินอาหารเป็นที่ สถานที่ที่ให้อาหารควรเป็นที่เดิมไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ถ้าท่านใช้วิธีให้อาหารเป็นช่วงเวลา ควรจะให้ตรงเวลาที่เคยให้ลูกสุนัขกิน เพราะการกระทำเหล่านี้ถ้าท่านทำเป็นประจำลูกสุนัขจะจดจำไว้ว่าเวลานี้นะต้องกินอาหารและต้องมา ณ สถานที่นี้จะมีอาหารอยู่ ซึ่งท่านเจ้าของควรจะกินอาหารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจึงจะไปให้อาหารแก่สุนัข เพราะการทำเช่นนี้จะเปรียบเสมือนท่านเป็นนายเป็นหัวหน้าที่ต้องกินอาหารก่อน แล้วลูกฝูงคือตัวสุนัขถึงจะมีสิทธิ์ได้กิน มันจะเป็นการเตือนให้สุนัขเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าท่านไปเอาอกเอาใจสุนัขท่านมากไป วันหนึ่งลูกสุนัขอาจจะคิดว่าตัวเค้าเก่งและเหนือกว่าท่าน พอถึงเวลาก็จะได้กินอาหาร กินก่อนใครในบ้าน ลูกสุนัขจะเสียนิสัยได้ โตขึ้นอาจจะดุร้ายและทำร้ายท่านเมื่อเวลาที่ไม่พอใจ ปัญหาเช่นนี้พบได้บ่อยครั้ง ถ้าท่านเลี้ยงลูกสุนัขหลายๆ ตัว ต้องสังเกตว่าตัวไหนที่แข็งแรง และเป็นหัวโจกต้องให้อาหารแก่ลูกสุนัขตัวนั้นก่อน เพราะถ้าขืนให้ตัวที่อ่อนแอก่อนอาหารก็จะถูกแย่ง ดีไม่ดีเจ้าตัวเล็กจะถูกทำร้ายเอาด้วย เอาเป็นว่าท่านเจ้าของต้องเข้าใจว่าสุนัขจะมีการจัดลำดับชั้นแต่ละตัวในฝูงของเค้าเอง 
  3. การฝึกให้ลูกสุนัขขับถ่ายให้เป็นที่ เป็นสิ่งที่ทุกท่านปรารถนา เพราะคงไม่มีใครอยากให้บ้านเลอะเทอะสกปรกเต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะของสุนัข การสอนให้ลูกสุนัขขับถ่ายเป็นที่นั้นควรฝึกตั้งแต่สุนัขยังเด็ก คืออายุ 1.5 – 4 เดือนนี่ล่ะกำลังเหมาะ ลูกสุนัขปกติแล้วจะถ่ายอุจจาระและปัสสาวะครั้งแรกคือตอนเช้า พอมันตื่นนอนมาสักพักก็จะวิ่งหาที่ปลดทุกข์ วันแรกๆ ยุ่งหน่อย ท่านอาจจะต้องตื่นเช้ากว่าลูกสุนัข ให้ท่านจับลูกสุนัขลงมาที่สนามหญ้า เค้าอาจจะงงงันเสียสักพักแล้วก็จะลุกเดิน ผมเคยจับเวลาประมาณไม่เกิน 15 นาที ลูกสุนัขจะเดินและหยุดฉี่หรือไม่บางตัวก็จะถ่ายอุจจาระเลย หลังจากที่ลูกสุนัขทำการขับถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจจะเอากลับเข้าไปในบ้านก็ได้ หรือปล่อยให้ลูกสุนัขได้วิ่งเล่นที่บริเวณบ้าน พอสายๆ ท่านต้องให้อาหารเช้าแก่ลูกสุนัข ช่วงเวลาหลังจากที่ลูกสุนัขกินอาหารอิ่ม ก็จับลูกสุนัขไปที่สนาม หญ้าที่เดิมเหมือนเมื่อเช้า ทิ้งให้อยู่ที่นั่นประมาณครึ่งชั่วโมงลูกสุนัขก็จะขับถ่ายอีก ท่านต้องพาลูกสุนัขไปที่สนามหญ้าที่เดิม หลังจากที่ลูกสุนัขกินอาหารอิ่มทุกครั้ง รอให้ถ่ายอุจจาระเรียบร้อยแล้วจึงพาลูกสุนัขเข้าบ้านได้ เวลาพาไปท่านอาจจะหาอุปกรณ์ไปเล่นเกมสนุกกับลูกสุนัขด้วยก็จะดี และที่สำคัญ ก่อนนอนท่านควรปล่อยให้ลูกสุนัขไปถ่ายอีกครั้งจะเป็นการดี ทำอย่างนี้ประมาณสัก 7 วันติดต่อกันลูกสุนัขก็จะเข้าใจแล้วว่าจะต้องขับถ่ายตรงไหน มีบางท่านถามผมว่าที่บ้านไม่มีบริเวณสนามจะให้สุนัขถ่ายตรงไหนดี ถ้าไม่มีสนามคงต้องหาบริเวณใดบริเวณหนึ่งภายในบ้านแล้วให้สุนัขถ่าย ทำอย่างเดียวกับวิธีแรก แต่ดัดแปลงไปใช้ในห้องแทน ถ้าท่านกลัวสกปรกท่านอาจจะใช้กระดาษปูรองก่อนถึงนำลูกสุนัขเข้าไปในห้องนั้น วันแรกคงต้องปูกระดาษเป็นบริเวณกว้างหน่อยโดยสังเกตลูกสุนัขดู ในขณะที่ลูกสุนัขเบ่งอุจจาระแล้วไม่ตรงบริเวณที่ท่านรองกระดาษไว้ท่านต้องรีบทำเสียงดุก่อนเพื่อให้รู้ว่าตรงนั้นไม่ใช่ที่ถ่าย แล้วจับมันเลื่อนเข้าไปถ่ายในบริเวณกระดาษที่ปูไว้ พอลูกสุนัขถ่ายเสร็จท่านก็ควรรีบเก็บกระดาษที่เลอะอุจจาระและปัสสาวะเสียก่อน เพราะเดี๋ยวลูกสุนัขมันจะแทะเล่น ท่านเจ้าของที่ใช้กระดาษปูให้ลูกสุนัขถ่ายต้องช่างสังเกตด้วยว่ามุมไหนในห้องที่ลูกสุนัขมันชอบถ่าย เราก็ไปปูตรงนั้น พอลูกสุนัขมันถ่ายบนกระดาษดีแล้ว ท่านก็เก็บกระดาษขึ้น ปูรองให้น้อยลงๆ จนท้ายที่สุดลูกสุนัขจะถ่ายบนกระดาษใบเดียวจริงๆ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ท่านต้องใจเย็นค่อยๆ ฝึกสุนัขทุกตัวมันจะไม่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะในบริเวณที่มันนอน นอกเสียจากว่ามันจะกลั้นไม่ไหวจริง ๆ ฉะนั้นตรงนี้ท่านสามารถฝึกได้โดยไม่ยาก 
  4. การตั้งชื่อให้ลูกสุนัข ชื่อของสุนัขนั้นควรเป็นคำสั้นๆ แค่ 1-2 พยางค์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ได้ไม่สำคัญ แต่อย่าตั้งชื่อซ้ำๆ กับคำสั่งที่เราจะสั่ง และอย่าตั้งชื่อยาวเกินไป เพราะสุนัขจะจดจำยาก อีกอย่างหนึ่ง เวลาเลี้ยงสุนัขหลายตัวอย่าตั้งชื่อใกล้เคียงกัน เพราะสุนัข จะสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เช่นชื่อ บีหนึ่ง กับบีสอง ชื่อซ้ำกันอย่างนี้ถือได้ว่าไม่ดี เทคนิคการเรียกชื่อให้ลูกสุนัขจำได้ไวอาจจะต้องใช้ขนมล่อ หรือการเดาะปาก จะได้เป็นที่สนใจของลูกสุนัขตามเสียงเรียกนั้นๆ 
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest
Tags:

Add a Comment




Your email address will not be published. Required fields are marked *