ฝึกเชาเชา

ฝึกเชาเชา ให้นิสัยดี รู้เรื่องมีวินัย

วิธีการเลี้ยง สุนัขเชา เชา ให้เชื่อง ฝึกสุนัขอย่างถูกต้องและไม่ให้มีนิสัยก้าวร้าว

สุนัข เชา เชา (Chow Chow) มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นสายพันธุ์น้องหมาที่ได้ความนิยมในยุโรปเป็นอย่างมากในสมัยพระนางวิกตอเรีย หมาพันธุ์นี้ สังเกตได้ง่ายๆ คือเรื่องของขนที่ฟูฟ่องน่ารักน่ากอด อันเป็นเอกลักษณ์ของน้องหมาสายพันธุ์นี้ ทำให้คนที่ชอบสุนัข มักหลงรักเชา เชา และด้วยนิสัยที่รักสงบ รักอิสระ ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก ซึ่งเค้าจะรักแต่เฉพาะเจ้าของที่เลี้ยงเค้าเท่านั้น ส่วนคนในครอบครัวคนอื่น ๆ จึงเหมือนแค่คนรู้จัก ซึ่งถ้าคนแปลกหน้า เข้ามาที่บ้าน อาจจะต้องรอสักระยะเพื่อให้น้องได้ทำความคุ้นเคย เรียกได้ว่า สุนัขเชา เชา เค้าเป็นหมาที่ไม่ค่อยเอาใครนอกจากเจ้าของเลยก็ว่าได้ และอีกหนึ่งเรื่อองคือ สุนัขพันธุ์เชาๆ บางตัวอาจจะมีนิสัยที่ดุมาก ๆ จนผู้เลี้ยงรับมือไม่ไหว ดังนั้นเจ้าของควรจะต้องรู้วิธีการฝึกฝนน้องหมา อย่างถูกหลักกนิด เพื่อไม่ให้มีนิสัยก้าวร้าว และถ้าจะฝึกให้ได้ผลเร็วต้องฝึกให้ถูกต้อง มีขั้นตอน

  1. ฝึก สุนัข เชา เชา ให้ซึมซับตั้งแต่ยังเด็ก
    การฝึกสุนัขพันธ์นี้ควร เริ่มฝึกตั้งแต่ อายุ 3-4 เดือน จะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่กำลังเริ่มมีพัฒนาการในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การมองเห็น และการดมกลิ่น สุนัข เชา เชา เขาจะจดจำสิ่งที่เราสอนได้ดี เริ่มฝึกจากการเดินเล่นโดยใช้สายจูงแบบไม่รัดคอน้องจนเกินไป แล้วค่อย ๆ เดินไปพร้อมกับน้อง พยายามให้น้องเดินอยู่ด้านซ้ายของเราเสมอ ถ้าน้องหันไปทิศทางอื่น ให้ดึงเชือกเบา ๆ ให้น้องหันมาในทิศที่ถูกต้อง ห้ามกระตุกเชือกแรง ๆ เด็ดขาด เพราะน้องจะจำฝังใจและเกิดการต่อด้านทันที ฝึกให้น้องเดินในทิศทางที่ถูกต้อง จนน้องรู้ทิศทางที่ควรเดินไปกับคุณ ครั้งต่อไปค่อยปล่อยให้น้องได้เดินเองอย่างอิสระ โดยใช้สายจูงแบบหย่อน ๆ
  2. เริ่มส่งเสริมพัฒนาการในวัยกำลังเติบโต

สุนัข เชา เชา ถ้าไม่ได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นสุนัขที่ดุ และก้าวร้าว ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเจ้าของและคนรอบข้างได้ ถ้าเขาถึงวัยในช่วงที่พร้อมรับรู้ทุกอย่างแล้ว เขาจะฝึกได้ง่ายและจดจำได้เร็ว โดยเฉพาะในช่วงอายุ 7-8 เดือน เป็นช่วงที่ สุนัข เชา เชา มีพัฒนาการดีที่สุด ดังนั้นเราควรเริ่มสอนการออกคำสั่ง โดยการใช้คำสั่งง่าย ๆ ก่อน เช่น

2.1) ฝึกให้เขาลุก-นั่ง ต้องหาของที่น้องชอบมาล่อ ยกของขึ้นสูงเพื่อให้น้องเหงนมองและอยากกระโดดคว้า แล้ววางของลงบนพื้นเพื่อให้น้องนั่งลง ทำเป็นสเต็บขึ้น-ลงครั้งละ 5-6 รอบ ในช่วงแรกทำวันละ 1 ครั้ง จนน้องเริ่มจดจำ แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนรอบ แล้วใช้มือยกขึ้น-ลง เพื่อออกคำสั่งแทนสิ่งของ แล้วน้องจะทำตามเราง่ายขึ้น เพราะความเคยชินจากการมองของขึ้น-ลงนั่นเอง

2.2) ฝึกการกระโดด สุนัข เชา เชา ชอบการวิ่งกระโดดโลดเต้นมาก ดังนั้นเราต้องฝึกให้เขากระโดดอย่างถูกต้อง และสั่งให้เขาหยุดได้ด้วย วิธีการคือ ให้วางหมอนข้างไว้ตรงกลางระหว่างน้องกับคุณ แล้วให้คุณนั่งลงฝั่งตรงข้าม จากนั้นยกของที่น้องชอบ ชูไปมาเพื่อหลอกล่อให้น้องข้ามมา เมื่อเขากระโดดข้ามมา แล้วคุณต้องรีบลุกขึ้นทันที จากนั้นชูของขึ้นเหนือหัว และใช้มืออีกข้างยกห้าม พร้อมกับออกเสียงพูดว่า “หยุด” ให้ทำไปเรื่อย ๆ จนน้องหยุดจริง ๆ แล้วให้ของรางวัลทุกครั้งที่น้องหยุดตามคำสั่ง แล้วน้องจะเชื่อฟังเจ้าของง่ายขึ้น ถ้าฝึกอยู่เป็นประจำ

2.3) ฝึกควบคุมการเห่า เมื่อคนแปลกหน้าเข้ามา สุนัข เชา เชา อาจจะเห่าได้เพราะไม่คุ้น ให้คุณฝึกโดยเรียกชื่อน้อง ทุกครั้งที่น้องเห่า เรียกชื่อน้องซ้ำ ๆ ถ้าน้องยังไม่หันมาหาเรา ให้คุณเดินเข้าไปหาน้อง แล้วค่อยๆ เข้าไปลูบบริเวณหัวไปมา เพื่อปลอบประโลมทำให้น้องรู้สึกปลอดภัย และให้ทำวิธีนี้ทุกครั้งที่น้องเริ่มเห่า อย่าลืมพูดชมเชยน้องทุกครั้ง ที่เค้าทำถูกต้อง เพราะน้องจะซึมซับความรักและความเอ็นดูจากคุณได้

 

  1. การฝึกระเบียบวินัยให้ สุนัข เชา เชา

     สุนัขพันธุ์นี้เป็นหมาที่รักสะอาดมากพันธุ์หนึ่ง แต่ก็ต้องฝึกสักนิดเพื่อความเคยชิน วิธีการ คือ หาที่ประจำให้เขาที่เขาต้องฉี่ หรือขับถ่ายได้ตลอดแม้ในเวลาที่คุณไม่สะดวกพาไป เช่น ผ้าปูรองฉี่ที่มีกระบะพลาสติกขอบตื้นวางอยู่ด้านล่าง พยายามสังเกตทุกครั้ง ว่าเขาไปฉี่ที่ไหน ในช่วงแรก ๆ ให้อุ้มเขามาตรงกระบะฉี่ก่อน แล้วพอน้องได้กลิ่นตำแหน่งเดิม ๆ รับรองได้เลยว่าน้องจะฉี่ที่เดิม ไม่เดินเพ่นพ่านไปฉี่รอบบ้านให้คุณต้องรำคาญใจแน่นอน เพราะ สุนัข เชา เชา จะจำกลิ่นตัวเองได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่คุณต้องซักผ้าปูให้น้องบ่อย ๆ และพยายามอย่าเปลี่ยนตำแหน่งที่วางผ้าปู เพราะน้องจะจดจำตำแหน่งได้เป็นอย่างดี

 

  1. การฝึกให้น้องเป็นผู้ตามที่ดี

                 สุนัข เชา เชา จะเห็นเจ้าของเป็นเหมือนเพื่อน น้องจึงอาจจะไม่กรงกลัวคุณเท่าไร ดังนั้นคุณแสดงออกว่าคุณเหนือกว่าเค้า แสดงความเป็นจ่าฝูงออกมา วิธีการคือ ค่อย ๆ เข้าไปเล่นกับเค้าแบบเนียน ๆ ถ้ามีจังหวะให้ใช้มือค่อย ๆ กุมบริเวณปาก แล้วบีบ นับ 1-5 วินาที แล้วค่อยปล่อย แต่ไม่ควรทำแรงมากเกินไป เพราะจะกลายเป็นการทำร้ายเขา ดังนั้นให้ทำเฉพาะเวลาที่เขาทำสิ่งผิดเท่านั้น เช่น รื้อทำลายข้าวของในบ้าน เหยียบบนโซฟา หรือทำร้ายคนในบ้าน อย่าลืมทำสียงดุให้เขารู้สึกเกรงขามด้วย เช่น หยุด!, อย่าทำอีกอีกน่ะ!, ห้ามทำอีกน่ะ! เป็นต้น เพราะถึงแม้จะรักน้องแค่ไหน ก็ต้องมีการตักเตือนกันบ้าง เพื่อให้น้องไม่ก้าวร้าวจนเกินไป

สุนัข เชา เชา เป็นพันธุ์ที่สามารถฝึกได้ ถ้าคุณเริ่มได้เร็วและทำถูกต้องตามขั้นตอน คุณก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีมาก เพราะน้องจะทั้งรักและซื่อสัตย์กับคุณ ที่สำคัญจากภาพลักษณ์ที่ดูก้าวร้าวของ สุนัข เชา เชา อาจจะกลายเป็นน้องหมาขนปุยที่แสนอ่อนโยนก็เป็นได้ และไม่ทำให้เจ้าของต้องปวดหัวอีกต่อไป!

*********************************************************************************************

วิธีการแสดงว่าเราเหนือกว่า
ให้เราบีบปากสุนัขด้วยมือย่างระมัดระวังแล้วปล่อยมือ ก็เป็นอีกวิธีในการแสดงความเหนือกว่าของคุณต่อสุนัข และเป็นการเสริมความน่าเกรงขามให้กับตำแหน่งหัวหน้าฝูงให้คุณได้ดี ทุกคนในครอบครัวควรเข้าใจตรงกันว่า สุนัขอยู่ในสถานะที่เป็นน้องเล็กที่สุดของบ้าน ไม่ใช่เจ้านายและควรปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สุนัขของคุณแสดงความเหิมเกริมและอยากเป็นใหญ่ ไม่ควรให้อนุญาตให้สุนัขขึ้นมานั่งบน โซฟาหรือนอนบนเตียงโดยที่คุณไม่ได้อนุญาตอย่างเด็ดขาด

ส่วนการที่เค้าเห็นขาใครต่อใครในครอบครัวคุณ เป็น “สุนัขตัวเมีย” ก็เกิดขึ้นได้บ่อย แต่ไม่ได้แสดงว่าสุนัขของคุณ เค้ามีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดๆหรอก แต่สำหรับเขามันคือการแสดงความ “มีอำนาจเหนือกว่า”ต่างหาก แม้แต่สุนัขตัวเมีย ก็ตามหากทำอย่างนี้จะถือว่าเป็นการกระทำที่แสดงออกต่อสุนัขตัวที่มีตำแหน่งต่ำกว่า ดังนั้นคุณอย่าไปปล่อยให้พฤติกรรม แบบนี้เกิดขึ้นกับเค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสุนัขแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับลูกๆของคุณ ให้พูดกับเค้าเสียงแข็งๆว่า “ไม่!” แต่หากยังเกิดพฤติกรรมแบบนี้ขึ้นอีก ก็ให้แสดงความเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าฝูงของเค้าด้วยการจับเค้านอนตะแคง แล้วกดคอเค้าไว้ด้วยมืออย่างที่กล่าวมาข้างต้น

คุณควรจะเริ่มวิธีการนี้เสียตั้งแต่แรกๆ สามารถเริ่มได้ทันทีที่เค้าเข้ามาอยู่ในบ้านคุณใหม่ๆ และเริ่มคุ้นเคยแล้ว เพื่อที่ลูกสุนัขเล็กๆที่น่ารักของคุณได้เติบโตขึ้นมา เป็นสุนัขที่มีเสน่ห์และนิสัยดีในอนาคต

และแน่นอนว่าการแก้ไขความประพฤติที่ไม่ถูกต้องที่เค้าทำจนเคยชินแล้ว จะยากกว่าการสอนเค้าตั้งแต่ต้น เป็นไหนๆ สุนัขตัวที่ไม่ได้รับการสอนจากคุณมาตั้งแต่ต้นนั้นจะเป็นปัญหาแน่เมื่อเค้าอายุได้สักปีหรือสองปี ท้ายที่สุด พวกเค้าจะต้องลงเอยในสถานสงเคราะห์สัตว์หรือที่แย่กว่านั้น อาจต้องโดนกำจัดทิ้ง ถ้าเขากลายมาเป็นสุนัขที่จ้องจะ เข้าคุกคามและเป็นอันตรายต่อคน อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากคุณได้เริ่มฝึกฝนเค้าอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เค้ายังเล็กๆ

วิธีแบบโบราณที่จะให้สุนัขเชื่อฟังก็คือการเฆี่ยนตี แต่โชคดีที่การทารุณสัตว์แบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว คุณทราบไหมว่า สุนัขที่ถูกตีนั้นจะอยู่อย่างเป็นทุกข์และจะสามารถกัดหรือทำร้ายคนได้เมื่อเค้ารู้สึกกลัว พวกเค้าจะไม่มีความมั่นใจในมนุษย์ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรกระทำต่อสุนัขของคุณนั้นก็คือการให้ความสนใจเค้า ชมเชยเค้า และรักเค้าอยู่เสมอ

อย่าลืมว่าไม่เพียงสุนัขเท่านั้นที่ต้องเรียนรู้ ตัวคุณเองก็ต้องเรียนรู้เช่นกันว่าคุณควรต้องทำอะไร เพื่อให้สุนัขเข้าใจว่า เขาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงเป็นการเหมาะสม

การฝึกสุนัขควรเริ่มฝึกตั้งแต่เมื่อไหร่
สุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกอาจกลายเป็นสุนัขก้าวร้าวและเป็นอันตรายกับเจ้าของได้ เจ้าของควรเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่ยังเล็กๆจะง่ายกว่า โดยฝึกให้คุ้นเคยกับการรับคำสั่ง การเดินโดยใช้สายจูง การเล่นเกม สุนัขที่ได้รับการฝึกตั้งแต่เล็กถ้าพฤติกรรมที่ไม่ดีตอนโตจะแก้ไขได้ง่ายกว่าสุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง

ควรเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่เมื่อไหร่
คุณไม่ควรจริงจังกับการฝึกสุนัขมากนัก ถ้าสุนัขอายุยังไม่ถึง 7-8 เดือน นักจิตวิทยาสัตว์บางคนบอกว่า ลูกสุนัขบางตัวสามารถเริ่มฝึกได้เมื่ออายุตั้งแต่ 7 สัปดาห์ แล้วเทคนิคต่าง ๆ ค่อย ๆ สอนภายหลัง แต่ จริง ๆ แล้วเรื่องของเทคนิคต่าง ๆ ปล่อยให้นักฝึกสุนัขอาชีพเป็นผู้ฝึกดีกว่า ขณะที่ลูกสุนัขของคุณยังอยู่ในช่วงต้น ๆ ของความเป็นลูกสุนัข ตั้งใจเอาชนะใจมันให้ได้ มันจะรักและนับถือคุณ การฝึกพื้นฐานจะเริ่มได้เมื่ออายุ 3-4 เดือน ช่วงอายุนี้ควรฝึกให้เดินสวยขณะที่คุณจูง นั่ง นอน ตามคำสั่ง และเข้ามาหาคุณเวลาคุณเรียกมัน

คุณควรมีส่วนในการฝึก
คุณต้องมีความอดทนในการชี้แจงให้สุนัขเข้าใจว่าแต่ละคำที่คุณออกคำสั่งนั้นหมายถึงอะไร ทำมันด้วยมือหรือเชือกจูงสำหรับฝึกก่อน ทำให้มันแน่ใจในคำสั่งด้วยเสียงของคุณ สอนมันเป็นประจำทุกวันถึงสิ่งที่คุณต้องการจะให้มันรู้ ทบทวนคำสั่งพร้อมกับแสดงอาการประกอบ สาธิตให้มันดูซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้สุนัขได้มีโอกาสรับรู้จดจำไว้
เมื่อมันเริ่มเรียนรู้ให้ใช้เพียงคำพูดเป็นคำสั่งโดยไม่ต้องออกท่าทาง จ้ำจี้จ้ำไชกับมันบ่อย ๆ เมื่อมันทำผิดก็แก้ไขมันมันถูก แรก ๆ ก็ใจดีกับมันก่อน แล้วค่อย ๆ เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าของการฝึก อย่าหมดความอดทนหรือฉุนเฉียวเสียก่อน อย่าตีมันด้วยมือหรือเชือกจูงขณะที่ฝึก เพียงแค่คุณดุมันหรือว่ามันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว

 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on google
Share on pinterest

Add a Comment




Your email address will not be published. Required fields are marked *